ท่องเที่ยวรถไฟ กรุงเทพ –อยุธยา

แน่นอนวันหยุดยาวทีไรหลายคนก็คงจะจัดทริปท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบอยากจะไปครอบครัวหรือไปกับเพื่อนๆ ก็ตามก็มีหลากหลายที่อยากจะเดินทางท่องเที่ยวกันไป แต่วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของการท่องเที่ยวนั่งรถไฟของไทยไปใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครเลย ยังทำให้เรานั้นได้รับบรรยากาศอย่างเป็นกันเองและลองเปลี่ยนชีวิตให้สโลว์ไลฟ์มากยิ่งขึ้นอีกด้วยพร้อมด้วยได้ชมสิ่งที่สวยงามอย่งทิวทัศน์ต้นไม้ป่าเขาอีกด้วย ที่นี่เป็นเมืองเก่าและเป็นเมืองที่มีความเรียบง่ายเป็นอย่างมากเลยทีเดียว กับจังหวัดอยุธยา ที่นี่เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจน่าศึกษาและน่าท่องเที่ยวอีกด้วย ทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดอยุธยาที่ทำให้เราได้รับความรู้อย่างเต็มที่แน่นอนว่าที่นี่มีวัฒนธรรมสมัยใหม่และสมัยเก่าที่เข้ากันได้ดีและลงตัว ทำให้เราได้รู้สึกเลยว่าได้ไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปในสมัยก่อนได้อย่างยอดเยี่ยมแน่นอนว่าการเดินทางก็ไม่ยากเลยสำหรับการท่องเที่ยวในอยุธยา แต่ขอแนะนำให้เดินทางมาทางรถไฟดีกว่า ลองปรับเป็นแบบชิลๆนั่งรถไฟชมทิวทิศน์ไปก่อนก่อนที่จะถึงอยุธยา หลังจากถึงสถานีรถไฟอยุธยา ก็สามารถเดินทางตะลุยเที่ยวตามสถานที่ต่างที่สำคัญของเมืองอยุธยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลย วัดวาอารามต่างๆ โบราณสถานที่มีความเก่าแก่ พร้อมเดินทางไหว้พระตามวัดในจังหวัดอยุธยาอีกด้วย นอกจากนี้อยุธยาก็มีแหล่งอาหารการกินที่สำคัญที่ทุกคนสามารถซื้อกลับทานที่บ้านได้หรือซื้อฝากให้ญาติพี่น้องได้อีกด้วย ใครที่ว่างหรือมีวันหยุดที่เหมาะสมแน่นอนว่าที่อยุธยาเหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการพักผ่อนที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งเหมาะกับการนั่งรถไฟมาท่องเที่ยวกัน

ทางรถไฟสายชิงไห่-ทิเบต เส้นทางรถไฟที่สูงที่สุดในโลก

อีกหนึ่งเส้นทางรถไฟที่น่าท่องเที่ยวโดยรถไฟสายนี้ ซึ่งถือว่าเรียกความท้าทายให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมากกับเส้นทางรถไฟสายชิงไห่ – ทิเบต หรือเรียกอีกชื่อว่า เส้นทางรถไฟสายหลังคาโลก เป็นเส้นทางรถไฟสายหนึ่งของจีนแถบชายแดนเทือกเขาหิมาลัยและทิเบต เป็นรถไฟสายที่ราบสูงที่ถูกบันทึกว่า เป็นเส้นทางรถไฟที่สูงที่สุดในโลกและยาวที่สุดในโลกด้วย โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 5,072 เมตรและมีความยาวทั้งสิ้น 1,956 กิโลเมตร เส้นทางรถไฟสายดังกล่าวถูกแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ เส้นทางรถไฟช่วงโกลมุด-ลาซา มีความยาว 1,142 กิโลเมตร จากเส้นทางรถไฟชิงไห่-ทิเบต ที่มีความยาวทั้งสิ้น 3,098 กิโลเมตร  ก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2006 จุดเริ่มต้นจากเมือง ซีหนิง มณฑลชิงไห่ ของสาธารณะรัฐประชาชนจีน จนถึง เมืองลาซา ในเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งเป็นพื้นที่ราบสูงของเทือกเขาหิมาลัย ประกอบไปด้วยเขาภูเขาสูง, ทะเลสาบน้ำเค็มในมลฑลชิงไห่และทะเลสาบน้ำจืด รวมถึงทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และเขตทะเลทราย นับว่าเป็นเส้นทางรถไฟแห่งหนึ่งที่มีความสวยงามอย่างมาก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินทางด้วยรถไฟ

เนื่องด้วยเส้นทางระหว่างจีนและทิเบตการเดินทางด้วยเครื่องบินค่อนข้างจำกัด ดังนั้นการเดินทางด้วยรถไฟจึงเป็นสิ่งจำเป็นของชาวทิเบต จึงถูกขนานนามว่าเป็นเส้นทางรถไฟสายหลังคาโลก นอกจากนี้ยังเป็นจุดต้นน้ำของแม่น้ำทั้ง 5 ของจีนอีกด้วย เหตุนี้เองทำให้ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ชื่นชอบการเดินทางด้วยรถไฟ เนื่องด้วยเส้นทางดังกล่าวเต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงามของเทือกเขาและที่ราบกว้างใหญ่ นับตั้งแต่ปี 2006 คาดว่ามีผู้โดยสารมากถึง 100 ล้านคนใช้บริการ อีกทั้งเส้นทางดังกล่าวยังใช้ในการขนส่งสินค้ามากกว่า 500 ล้านชิ้นอีกด้วย

Sagano Romantic Train เส้นทางรถไฟสายธรรมชาติ

Sagano Romantic Train เป็นเส้นทางรถไฟสายธรรมชาติแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น มีความสวยงามตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงเส้นทางดังกล่าวจะมีความสวยงามเป็นพิเศษ เส้นทางดังกล่าวจึงเปรียบเหมือนเส้นทางรถไฟเส้นโรแมนติกแห่งหนึ่งของโลก Sagano Romantic Train หรือ Sagano Scenic Railway เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวทางธรรมชาติโดยรถไฟสายเก่าของญี่ปุ่น เป็นรถไฟสายอะราชิยาม่าซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เส้นทางรถไฟนี้ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและธรรมชาติที่สมบูรณ์ ประกอบกับในบริเวณนั้นเป็นจุดที่มีบ้านคนอาศัยอยู่น้อย ซึ่งรถไฟสายดังกล่าวจะให้บริการโดยแล่นเลียบไปตามแม่น้ำโฮะซึ นับว่าเป็นเส้นทางรถไฟชมธรรมชาติยอดนิยมของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

เส้นทางรถไฟ Sagano Romantic Train นั้นเป็นของบริษัท Kyoto Railway เปิดให้บริการเส้นทางดังกล่าวประมาณ 1899 เพื่อใช้เดินทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองเกียวโตและเขตเมืองอื่นๆ ต่อมาการรถไฟของญี่ปุ่นได้ซื้อกิจการในปี 1907 และสร้างเส้นทางรถไฟเส้นตรงและเร็วกว่ารถไฟที่ลัดเลาะไปตามหุบเขา ทำให้เส้นทางรถไฟสายนี้ถูกยกเลิกไปและใช้เป็นเส้นทางระหว่างเมืองเล็กๆเท่านั้นนับตั้งแต่ปี 1989 ต่อมาในปี 1991 Sagano Scenic Railway Co., Ltd. เป็นซื้อกิจการเส้นทางรถไฟนี้และเปิดบริการเป็นเส้นทางรถไฟท่องเที่ยวทางธรรมชาติเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในเกียวโต ปัจจุบันกลายเป็นเส้นทางรถไฟสายโรแมนติกที่เดินทางโดยรถไฟหัวจักรไอน้ำสุดคลาสสิก และแล่นให้นักท่องเที่ยวชมความงามของธรรมชาติเลียบไปตามแม่น้ำโฮะซึ ในเส้นทางจำนวน 5 สถานี โดยทางบริษัทมีการเปิดบริการท่องเที่ยวในช่วงเดือนมีนาคม – ธันวาคม ของทุกปี จากนั้นจะเป็นช่วงเดินรถปกติ ทั้งราคาโดยสารต่อเที่ยวอยู่ที่ ผู้ใหญ่ 620 เยน / เด็ก 310 เยน

เที่ยวรถไฟโฉมใหม่สายอีสาน กรุงเทพ – อุบลราชธานี

การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ส่งรถไฟขบวนใหม่ล่าสุดซึ่งมีความสะดวกสบายต่อผู้โดยสารมากขึ้น ซึ่งรถไฟขบวนใหม่นี้เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมานับว่าเป็นการเปิดตัวเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้โดยสารมากยิ่งขึ้นด้วย แน่นอนว่ารถไฟโฉมใหม่นี้มีการจองคิวยาวจนถึงปี 2560 กันเลยทีเดียวเนื่องจากเป็นช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยวพอดีด้วย ซึ่งรถไฟโฉมใหม่ที่เปิดตัวนี้มีทั้งสายเหนือ, สายใต้ และสายอีสาน หรือเรียกว่า สายอีสานวัตนา โดยเป็นเส้นทางระหว่างกรุงเทพ – อุบลราชธานี ระยะทาง 606 กิโลเมตร ภายในรถไฟถูกออกแบบโฉมใหม่ทั้งหมด โดยจะถูกแบ่งออกเป็นประเภทตู้โบกี้นอนและนั่ง โดยตู้โบกี้เป็นตู้ปรับอากาศทั้งหมด สำหรับตู้นอนจะเป็นตู้นอนปรับอากาศชั้น 2 โดยจะถูกแบ่งเป็น 2 ชั้น ซึ่งราคาจะแตกต่างกัน

ภายในตู้โบกี้ถูกออกแบบมาอย่างกว้างขวาง สามารถเดินได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังมีจุดบริการเครื่องดื่มและอาหารหรือเรียกว่า ล็อบบี้ ซึ่งจะมีจุดบริการตามโบกี้ซึ่งยังมีจุดให้นั่งทานอาหารด้วย โดยราคาอาหารจะเริ่มต้นที่ 50 บาท นอกจากอาหารยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำเปล่า, น้ำอัดลม, ชา, กาแฟ บริการอีกด้วย นอกจากนี้ทุกอย่างภายในถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายโดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็น ปลั๊กสำหรับชาร์ทมือถือ ที่มีไว้ทุกจุดทั้งที่นั่ง หรือ เบาะนอน ที่มีบริการชาร์ทแบตมือถือ รวมถึงมีไฟที่หัวนอนด้วย นอหจากนี้ห้องน้ำยังถูกออกแบบให้มีความสะอาดมากกว่ารถไฟแบบเก่าด้วย สำหรับทางรถไฟสายอีสานจะเดินทางผ่านเขาบริเวณเขาใหญ่เลียบไปตามอ่างเก็บน้ำลำตะคลอง และสามารถเห็นเส้นทางรถยนต์ฝั่งตรงข้ามอ่างเก็บน้ำอีกด้วย สำหรับสถานีอุบลราชธานีเป็นจุดสิ้นสุดของทางรถไฟสายอีสาน

กรุงเทพ – เชียงใหม่ เส้นทางรถไฟสุดฮิตช่วงหน้าหนาว

หากกล่าวถึงเส้นทางรถไฟสุดฮิตแล้วล่ะก็ เส้นทางกรุงเทพ – เชียงใหม่ เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวหลายคนนิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟ ซึ่งหากโชคดีในระหว่างเดินผ่านหุบเขานั้นยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของป่าไม้ที่สวยงามมาก การเดินทางด้วยรถไฟไปเชียงใหม่จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางแบบชิวๆ ไม่เร่งรีบและรักษ์ธรรมชาติสุดๆ การเดินทางจากกรุงเทพไปสู่เชียงใหม่ด้วยรถไฟนั้น มีรถไฟให้เลือกหลายประเภทในแต่ละประเภทจะใช้เวลาการเดินทางที่แตกต่างกัน โดยระยะทางจากสถานีรถไฟกรุงเทพ สู่ สถานีรถไฟเชียงใหม่ ในระยะทาง 681 กิโลเมตร โดยจะผ่านเส้นทางรถไฟสู่ภาคเหนือที่สถานีอยุธยาเช่นเดียวกับทางรถไฟสายอีสานที่จะผ่านเส้นทางนี้ ทางเดินทางจะใช้เวลาประมาณ 11 – 14 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเร็วของรถไฟและประเภทรถไฟด้วย

เส้นทางระหว่างเชียงใหม่นั้นจะผ่านบริเวณทุ่งนาและเริ่มเข้าสู่บริเวณเชิงเขาซึ่งรถไฟจะแล่นคดเคี้ยวไปตามหุบเขาซึ่งมีป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก นอกจากนี้เส้นทางรถไฟเชียงใหม่นั้นยังเป็นเส้นทางเข้าสู่อุโมงค์ขุนตาน เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ตั้งอยู่ในเขตอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง กับอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน มีความยาวทั้งสิ้น 1,352.15 เมตร เป็นอุโมงค์รถไฟเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งถูกสร้างโดย พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยาการ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินเป็นผู้บัญชาการ และ นายช่างชาวเยอรมันชื่อ เอมิล ไอเซนโฮเฟอร์ ในปี พ.ศ. 2450 ถึง พ.ศ. 2461 ใช้เวลาการก่อสร้างทั้งสิ้น 11 ปี และเมื่อถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดทางรถไฟสายเหนือ จะมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมจำนวนมาก ทั้งสถานที่ประวัติศาสตร์ สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติมากมาย

นั่งรถไฟไปล่องแพ นอนแผ่แสนสุดจะสบาย จังหวัดกาญจนบุรี

   หลายๆ คนก็อยากจะวางแผนมาท่องเที่ยวกับครอบครัว แฟน หรือเพื่อนฝูงในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้นั้น โดยถ้าหากใครไม่รู้จะไปไหนดี วันนี้เราขอนำเสนอ นั่งรถไฟไปนอนชิลๆ ล่องแพนอนแผ่ที่แสนสุดจะสบายกันดูนะครับ โดยการเดินทางด้วยรถไฟนั้นถึงแม้อาจจะช้าไปสักหน่อย แต่รับรองเลยนะครับว่าบรรยากาศตลอดสองฝั่งนั้นจะทำให้คุณนั้นฟินจนบอกไม่ถูก

เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วนะครับว่าการที่ได้ทำกิจกรรมพักผ่อนแบบสบายๆ ที่ไปล่องแพลอยน้ำที่จังหวัดกาญจนบุรีนั้น ก็จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่จะทำให้เราสามารถจดจำได้เป็นอย่างดี โดยการท่องเที่ยวในสไตล์แบบนี้นั้น ขบวนรถไฟก็จะค่อยๆ เริ่มจากต้นสถานีกรุงเทพมหานคร และจะไปสิ้นสุดที่ กาญจบุรีเท่านั้น โดยกิจกรรมส่วนใหญ่ของทริปนี้นั้นก็คงหนีไม่พ้นการนอนล่องแพแบบสุดสบายกันนะครับ โดยจะล่องไปตามแม่น้ำแควใหญ่ ชมวิวทิวทัศน์ของสองข้างทางจากนั้นก็เดินขึ้นแพ ไปที่บริเวณที่เกิดเหตุสงครามโลกครั้งที่ 2 และในเวลายามค่ำคืนนั้นก็จะรับประทานอาหารสุดแสนจะโรแมนติดเป็นอย่างมาก และยังได้เข้าไปชม “เขาช่องไก่” ที่เป็นสุสานของทหารกล้าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วยนั่นเอง และเท่านั้นยังไม่พอ ก็ก็ยังจะได้ล่องแพไปยังด้านหลังวัดถ้ำเขาปู ซึ่งบริเวณนั้นก็จะเป็นที่สิ้นสุดของรถไฟสายมรณะอีกด้วย หรือที่เรียกกันว่า “ช่องเขาขาด” หรือช่องไฟนรกนั่นเอง เห็นมั้ยละครับว่าการท่องเที่ยวแบบนี้จะทำให้คุณรู้สึกสบายเป็นอย่างมากนั่นเอง แถมราคาของทริปนี้นั้นก็ยังไม่แพงอีกด้วยเพียงหัวละ 900 บาทเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าหากใครสนใจก็สามารถที่จะติดต่อสอบถามได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยนะครับ

นั่งรถไฟชมวิวเดินเล่นที่ชายทะเล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

  ถ้าหากใครที่ชื่นชอบและหลงรักในทะเลนั้นก็ขอแนะนำอีกหนึ่งเส้นทางนะครับที่จะสามารถให้คุณนั้นได้นั่งรถไฟไปแบบชิลๆ ไปรับกลิ่นลม ไอแดดของชายหาดหัวหินกัน โดยที่หาดหัวหินนั้นก็ถือเป็นชายหาดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เมื่อใครที่ได้นั่งรถไฟมาเที่ยวนั้นก็จะพบกับสถานีหัวหินที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วยนั่นเอง เลยทำให้วัยรุ่นหลายๆ คนต่างชอบมาเที่ยวที่นี้กันเป็นจำนวนมาก

การเดินทางด้วยรถไฟมาเที่ยวที่หัวหินนั้น ก็สามารถที่จะขึ้นได้ทั้งที่สถานีกรุงเทพ และ สถานีธนบุรี นะครับ โดยก่อนจะมานั้นก็ควรที่จะเช็ครอบ เช็คเวลาการเดินรถให้ดีเสียก่อน เพื่อทำให้ไม่เป็นการเสียเวลา ซึ่งขบวนนี้นั้นก็ถือเป็นขบวนนำเที่ยวพิเศษ ที่จะจอดหลายจุดอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็จะไปสิ้นสุดที่ สวนประดิพัทธ์ ซึ่งเป็นจุดที่ลงเที่ยวทะเลที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก น้ำใสสะอาด และเมื่อเดินทางมาถึงที่นี้แล้วนั้นก็ยังสามารถที่จะนั่งรถสองแถวมาต่อเที่ยวชายหาดทะเลหัวหินแบบชิลๆ ได้อีกด้วย ซึ่งการเดินทางมานั้นรู้สึกว่ารถไฟจะออกจากสถานีกรุงเทพประมาณ 06.30 และกลับเวลา 15.31 น. โดยใครที่อยากจะมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ก็ลองไปเช็คขบวนรถไฟกันได้นะครับ แถมค่าโดยสารนั้นก็ยังไม่แพงอีกด้วยเพียงแค่ 240 บาทเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งฟิลในการมาเที่ยวทะเลในแบบที่แสนจะสุดชิลอีกด้วยนั่นเอง  ผมเชื่อนะครับว่าใครหลายๆ คนก็คงจะชอบการเดินทางมาทะเลแบบนี้เช่นกัน

นั่งรถไฟชมเขื่อนเพลิดเพลินกับทุ่งดอกทานตะวัน

   เส้นทางรถไฟลอยน้ำบนเขื่อนป่าสัก ที่ได้ผ่านทุ่งทานตะวันที่จังหวัดสระบุรีนั้น โดยเส้นทางนี้ก็จะเริ่มต้นที่สถานีกรุงเทพมาหนคร โดยจะขึ้นสู่เส้นทางสายเหนือ ด้วยขบวนรถไฟพิเศษที่จะนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยการเดินทางท่องเที่ยวขบวนพิเศษนี้นั้นก็จะทำให้คุณได้พบกับสิ่งที่สวยงามตลอดข้างทางรถไฟ โดยไฮไลท์ของที่นี้นั้นก็คงจะเป็นทุ่งดอกทานตะวันที่สวยงามเหลืองอร่ามที่บานรอนักท่องเที่ยวที่มาเยือนั่นเอง

เมื่อผ่านสถานแก่งคอยเป็นต้นไปนั้นตลอดสองฝั่งข้างทางของรถไฟขบวนนี้ก็จะพบกับทุ่งดอกทานตะวันที่สวยงาม โดยการรถไฟนั้นก็จะจอดให้ลงไปถ่ายรูปนานถึง 30 นาทีเด้วยกัน หลังจากนั้นก็จะเคลื่อนขบวนไปที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อที่จะชมบรรยากาศของ “สะพานเหนือเขื่อป่าสักชลสิทธิ์” ซึ่งเป็นเส้นทางที่รถไฟจอดแล้วลอยอยู่บนน้ำ ทำให้รถไฟสายนี้นั้นสวยงามเป็นอย่างมากนั่นเอง ซึ่งการจองตั๋วรถไฟขบวนนี้หลายๆ คนเค้าก็บอกว่าจองได้ยากเป็นอย่างมากเพราะในทุกๆ ปี้การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นก็จะมีจำหน่ายเพียงปีละ 1 รอบเท่านั้นโดยจะจัดพี่ไม่กี่เที่ยวเท่านั้นเอง เนื่องจากดอกทานตะวันก็จะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงประมาณเดือนธันวาคมเท่านั้นเอง ถ้าหากใครที่สนใจจะท่องเที่ยวทริปนี้นั้นก็จะต้องติดตามข่าวสารต่างๆ ให้ดีนะครับเพราะการขายตั๋วในเวลาไม่กี่นาทีก็หมดแล้วนะครับ นับได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวที่สวยงามเป็นอย่างมากได้ทั้งถ่ายรูปกับดอกทานตะวัน ได้ชมเขื่อนแถมยังได้หาของกินอร่อยๆ ที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อีกด้วยนั่นเอง

นั่งรถไฟเที่ยว จังหวัดกาญจบุรี

  การนั่งรถไฟไปเที่ยว กาญจนบุรี 2 วัน 1 คืนแบบชิลๆ นั้นก็จะพาให้คุณได้ไปรู้จักที่เที่ยวของจังหวัดกาญจบุรี ที่กิน และที่พักสวยๆ ซึ่งรับรองเลยนะครับว่าทริปการท่องเที่ยวด้วยรถไฟในสายนี้นั้นก็จะทำให้คุณมีความสุขอย่างแน่นอน  เพราะว่าการท่องเที่ยวที่กาญจบุรีนั้นก็ถือเป็นจุดเด่นที่จังหวัดไหนๆ ก็ไม่มีให้ชมแบบนี้

การที่นักท่องเที่ยวได้แบกเป้มาเที่ยวนั่งรถไฟมาที่จังหวัดกาญจบุรีนั้น ก็จะทำให้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติเป็นอย่างมาก อากาศที่ดี การเดินทางที่แสนจะสะดวก หาของที่กินได้ง่าย ซึ่งถ้าหากใครได้เห็นแบบนี้แล้วนั้นก็อยากจะสวมวิญญาณนักเดินทางมาเที่ยวกันอย่างรวดเร็วเลยนะครับ  เอาเป็นว่าถ้าหากใครอยากเปิดประสบการณ์ก็อยากจะให้มาสัมผัสการนั่งรถไฟเที่ยวที่นี้ดูกันสักครั้ง การเดินทางมาเที่ยวจังหวัดกาญจบุรีนั้นก็สามารถที่จะเดินทางได้หลากหลายรูปแบบนะครับไม่ว่าจะเป็นรถส่วนตัว รถตู้ รถ บขส.และรถไฟ โดยการเดินทางด้ายรถไฟนั้นหลายๆ คนก็หลีกเลี่ยงที่ไม่อยากจะมากันนะครับเพราะว่าใช้เวลาในการเดินทางที่ยาวนานจนทำให้บางคนนั้นรู้สึกเบื่อได้ง่ายนั่นเอง แต่ถ้าหากใครอยากจะรู้สึกอินกับตำนานที่เล่ากันมารุ่นต่อรุ่นเกี่ยวกับรถไฟสายน้รับรองเลยนะครับว่าจะติดใจอย่างแน่นอน เพราะการเดินทางด้ายรถไฟมาเที่ยวจังหวัดกาญจบุรี ก็สามารถที่จะท่องเที่ยวได้มากมายหลายแห่งรวมไปถึงถ้าใครอยากจะกระโดดน้ำตกการเดินทางด้วยรถไฟก็ยังจัดให้ได้อีกนั่นเอง โดยตลอดการเดินทางมาเที่ยวน้ำตกนั้นสองข้างทางนั้นก็จะพบกับความงามที่สดใสและสวยเป็นอย่างมากนั่นเอง

นั่งรถไฟไปเที่ยวอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

  การเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสายชิลอย่างเราๆ กันนะครับเพราะก็อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้นั้นว่าการเดินทางด้วยรถไฟนั้นมันก็มีมนต์เสน่ห์เป็นอย่างมากเลย เพราะไม่ว่าการเดินทางไปสถานที่ไหนๆ ก็มีความสะดวกทั้งนั้น การท่องเที่ยวด้วยรถไฟนั้นก็มีมากมายหลากหลายสถานที่กันนะครับโดยในวันนี้เราจะมานั่งรถไฟไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวากัน

การนั่งรถไฟไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวานั้น ก็ถือเป็นการเริ่มต้นการขึ้นรถไฟที่สถานีวงเวียนใหญ่ก่อนเลยนะครับ จากนั้นก็นั่งสักประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วอาจจะแวะหาอะไรกินที่ตลาดมหาชัยกันก่อน เมื่อดูตารางเวลาที่รถใกล้ออกแล้วนั้นเราจึงข้ามเรือไปฝั่งท่าฉลอมเพื่อที่จะนั่งรถไฟจากท่าฉลอมไปแม่กลองกัน โดยเส้นการเดินทางของรถไฟสายนี้นั้นก็จะมีบริการให้วันละไม่กี่เที่ยวดังนั้นในการไปก็จะต้องเช็คและดูตารางเวลาให้ดีเสียก่อนนะครับ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะตกรถไฟก็เป็นไปได้เช่นกัน การเดินทางด้วยรถไฟไปแม่กลองนั้นในช่วงนี้ก็ไม่เสียค่าบริการนะครับเพราะเป็นรถไฟชั้น 3 ที่รัฐบาลให้บริการฟรีกับประชาชนอยู่นั่นเอง โดยเมื่อไปถึงที่แม่กลองแล้วเราก็จะพบกับตลาดร่มหุบ ที่เป็นสีสันของที่นี้จากนั้นเราก็เดินทางไปสักการะนมัสการ “หลวงพ่อบ้านแหลม” ที่เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของคนแม่กลอง จากนั้นเราก็อาจจะนั่งรถ หรือเรือเพื่อไปช้อปปิ้งกันต่อที่ตลาดน้ำอัมพวากันก็ได้ โดยรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่จะกลับไปท่าฉลอมนั้นก็จะอยู่ที่เวลาประมาณ บ่ายสามโมงนิดๆ ดังนั้นถ้าหากเดินเพลินก็คงต้องนั่งรถตู้กลับกรุงเทพกันแบบยาวๆ เลยนะครับ